ฝ่ายบริหารและบุคลากร
เว็บการศึกษาพุทธศาสนา
ข่าววันสำคัญทั่วไป
18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 

นับเป็นวันที่มีความสำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ไทย เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อปี พ.ศ. 2411 ที่ทรงคำนวณพยากรณ์ไว้ล่วงหน้า 2 ปี ว่าจะเกิดในวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง สัมฤทธิศก จุลศักราช 1230 โดยจะเห็นหมดดวงที่หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ทรงสนพระทัยเรียนภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ ต่อมาทรงเห็นว่าวิทยาศาสตร์ตะวันตกเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเหตุให้ทรงเรียนภาษาอังกฤษเพื่อศึกษาตำราวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ให้เข้าใจ

เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังคนสนพระทัยในการศึกษาวิชาการหลากหลายสาขา ทั้งศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และดาราศาสตร์ ทรงมีพระราชนิยมในเรื่องวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะด้านดาราศาสตร์ ทรงนำความรู้ทางดาราศาสตร์ไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ต่างๆ นานัปการ เช่น
- เริ่มการตกแต่งพระที่นั่งในพระบรมมหาราชวังด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์
- ทรงติดตามข้อมูลดาราศาสตร์ใหม่ๆ ที่เพิ่งค้นพบในวงการดาราศาสตร์โลก เช่น ในปี พ.ศ. 2398 เซอร์จอห์นเบาว์ริง ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระบรมมหาราชวัง และได้บันทึกตอนหนึงของการสนทนาว่า "พระเจ้าแผ่นดินทรงถามถึงการค้นพบดาวเนปจูน"
- ทรงสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อย่างสม่ำเสมอ เช่น
สุริยุปราคา เมื่อ พ.ศ. 2500
จันทรุปราคา เมื่อ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2402
ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ เมื่อ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404
- นอกจากการเสด็จฯ ทอดพระเนตรปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ด้วยพระองค์เองแล้ว ยังทรงแจ้ง และอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ บนท้องฟ้าให้ประชาชนได้ทราบเพื่อมิให้ประชาชนแตกตื่น เช่น 
ประกาศ ดาวพระเคราะห์เข้าในดวงพระอาทิตย์ เมื่อ พ.ศ. 2400
....
ถ้ามีผู้ดูด้วยกล้องดังนี้ มักจะเห็นจุดดำแลแผลด่างในดวงพระอาทิตย์เนืองๆ เขื่องบ้างย่อมบ้าง อันนั้นมิใช่เพราะดาวพระเคราะห์เข้า เป็นแต่ด่างแด่นในดวงพระอาทิตย์นั้นเอง ลอยไปลอยมา หันหายไป 12 วัน 13 วัน แล้วกลับมาอีก แล้วย้่ยไปที่ต่างๆ จะทายเอาแน่ไม่ได้ ... ครั้งนี้จะเห็น จึงทายมาเพื่อให้รู้ว่าการบนฟ้ามนุษย์สังเกตทายล่วงหน้าไว้ได้ อะไรเห็นบนฟ้าไม่ควรที่จะเก็บเอาเป็นเหตุมาตื่นกันต่างๆ ต้นเหตุที่เป็น มีผู้รู้เขารู้ได้แล้ว...

ประกาศดาวหางขึ้นอย่าให้วิตก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2401 
ทรงอธิบายเรื่องธรรมชาติของการเกิดปรากฏการณ์ดาวหางครั้งนี้ว่า "แต่ชาวประเทศยุโรปได้เห็นในประเทศยุโรปนานหลายเดือนแล้ว ได้ลงในหนังสือพิมพ์ตั้งแต่เดือนหกมา แลดาวอย่างนี้มีคติแลทางที่ดำเนินยาวไปในท้องฟ้า ไม่เหมือนดาวพระเคราะห์อื่น แลดาวพระเคราะห์ทั้งปวง เป็นของสัญจรไปนานหลายปีแล้วก็กลับมาได้เห็นในประเทศข้างนี้อีก"

ประกาศเรื่องดาวหาง ปีระกา ตรีศก เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2404
....ดาวหางจะมีมาปีไร มนุษย์ที่มีความรู้เขาคำนวณดูรู้เรียกก่อนแล้ว เหมือนกับทายสุริยุปราคา จันทอุปราคา...

แจ้งเรื่องผีพุ่งใต้ - พระราชหัตถเลขาถึงเจ้าพระยาภูธราภัย สมุหนายก ขณะเสด็นแปรพระราชฐานไปประทับที่พระนครศรีอยุธยา ความตอนหนึ่งว่า ... เวลาย่ำค่ำมีผีพุ่งใต้ใหญ่โตศรีสว่างเหมือนดอกไม้เทียน พุ่งฉูดมาแต่ทิศพายัพแล่นไปทางทิศอาคเณย์ มีหางยาวแต่ไม่มีประกาย....

-ทรงให้ความสำคัญกับตำแหน่งต่างๆ บนพื้นพิภพด้วยการกำหนดค่าเป็นละติจูดและลองจิจูด ทรงกำหนดจุดอ้างอิงจากการ "วัดแดด วัดดาว"

- ทรงสถาปนาระบบเวลามาตรฐานของประเทศ ด้วยการตั้งหอนาฬิกาหลวงให้มีหน้าที่รักษาเวลามาตรฐาน 

- ทรงคำนวณคราสที่เกิดขึ้นในแต่ละปีและแจ้งให้ประชาชนทราบอย่างสม่ำเสมอ

ฯลฯ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาเฟื่องฟูในสยามประเทศ ทรงตั้งพระทัยศึกษาและพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง และนำวิทยาการต่างๆ มาพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน พระอัจฉริยภาพและความสนพระทัยในดาราศาสตร์สืบทอดสู่พระบรมวงศ์จนกาลปัจจุบัน

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ และปวงชนชาวไทยทุกคน

ข้าพระพุทธเจ้า
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) 
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ข้อมูล : หนังสือชุดพระมหากษัตริย์กับดาราศาสตร์ไทย 
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : สู่ความเป็นพระมหากษัตริย์นักดาราศาสตร์ เขียนโดย ภูธร ภูมะธน
ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร
โพสเมื่อ : 18 ส.ค. 59